กรี๊ดดดดดดดดด!!!!!!!!!
สาเหตุมาจาก タスク6 ของตัวเองเนี่ยแหละ วันนี้ขึ้นไปหาอ.กนกวรรณที่ห้อง อ.เลยให้ 志望理由書 ที่แก้เสร็จเรียบร้อยคืนมาให้พร้อมกับอธิบายว่าเราทำผิดตรงไหน ขอบคุณมากๆนะคะอาจารย์
พอฟังคำอธิบายของอาจารย์เสร็จแล้วถึงรู้สึกอยาก “กรี๊ดดดด” แบบนั้นนั่นเอง รู้สึกว่าทำไมตัวเองถึงเขียนภาษาญี่ปุ่นได้ไม่รู้เรื่องมากขนาดนี้เลยเหรอ? นี่เรียนมาขนาดนี้มันไม่พัฒนาเลยใช่มั้ย? แต่เอาจริงๆก็โทษใครไม่ได้นอกจากตัวเอง เราก็รู้สาเหตุมาเป็นปีแล้วล่ะนะว่าทำไมมันถึงไม่พัฒนาซะที แล้วจะมานั่งคร่ำครวญไปทำไม? บางทีก็คิดนะว่าความสามารถทางด้านภาษาญี่ปุ่นเราอาจจะได้เท่านี้ พัฒนาต่อไม่ได้แล้ว ยกเว้นมีเหตุการณ์บังคับให้ต้องไปอยู่ที่ญี่ปุ่นสัก 5 ปีขึ้นไป หรือแต่งงานกับคนญี่ปุ่นล่ะมั้ง
ฟังดูหดหู่จริงๆ เอาเป็นว่าขอเข้าเรื่องเลยดีกว่าว่าที่ผิดน่ะผิดอะไร
จาก タスク6 คราวนี้ ทำให้เราได้ค้นพบ (大発見?)ว่าเราเขียนประโยคภาษาญี่ปุ่นไม่รู้เรื่องตรงที่เวลาเชื่อมประโยค ประธานคนละตัวกันก็ไม่สนใจ ยังจะเชื่อมไปทั้งยังงั้น ทำให้เวลามาอ่านแล้วคนอื่นคงจะงงมากว่า แล้ว Verb นี้ประธานตัวไหนทำ? ยังไม่พอ ยังใช้ 自動詞・他動詞 ปนกันมั่วไปหมดใน 1 ประโยค คนอ่านอ่านแล้วก็คงไม่รู้เรื่องอีก
ใน タスク เดียวนี่ มีประโยคอย่างที่ว่าถึง 3 ประโยค เราคิดว่าเยอะมากๆๆๆนะสำหรับการเขียนงานสั้นๆแค่ 1 หน้ากระดาษ เลยทำให้มานั่งคิดๆๆๆว่าก่อนหน้านี้เคยมีใครมาบอกหรือเปล่าว่าตัวเองเชื่อมประโยคไม่เป็นแบบนี้ หรืออาจารย์เคยแก้งานหรือมี Comment เรื่องนี้ถึงเราหรือเปล่า แต่ยังนึกไม่ออกว่ามีนะ แต่การที่มาเจอปัญหานี้ในงานเขียนแค่ 1 หน้าแล้วเยอะขนาดนี้ แสดงว่าเราต้องมีปัญหากับเรื่องนี้จริงๆแล้วล่ะ
ต้องขอบคุณอ.กนกวรรณจริงๆที่ช่วยอธิบายให้เรา ไม่งั้นก็ยังไม่รู้ปัญหาัตัวเองอยู่ดี ขอบคุณอาจารย์จริงๆค่ะ
ส่วนประโยคตัวอย่างที่เราเขียนก็อย่างเช่น
- 日本語研究・異文化理解科目に組み合わせ、様々な分野が広がり、学びたいと思っています。
ประโยคนี้แหละที่ใช้ 自動詞・他動詞 มั่วไปหมด ขอสารภาพก่อนว่าเวลานึกถึง Verb เราจะไม่เคยคิดเลยว่าคำนั้นเป็น 自動詞 หรือ 他動詞 แค่เอา Verb ให้ตรงกับความหมายที่ต้องการจะสื่อก็ยากแล้วในบางครั้งสำหรับเรา และอีกอย่างไม่เคยมี 意識 เรื่องการใช้รูป 自動詞・他動詞 เลย หา Verb ได้ก็ใช้ไปไม่ได้คิดอะไร
組み合わせる เป็นสกรรมกริยา 広がる เป็นอกรรมกริยา แต่ 学びたい คือตัวเราเองที่อยากเรียน ทำให้การใช้ปนกันมั่วไปหมดใน 1 ประโยค ยังไม่นับคำว่า 組み合わせる ที่อาจารย์ไม่เข้าใจว่าเราต้องการจะสื่ออะไรอีกนะ
- 現代日本社会や日本政治学入門や日本文化論入門のコースなどあげられ、日本社会と文化について深く理解するように期待します。→ 現代日本社会や日本政治学入門や日本文化論入門のコースなどを受けることにより、日本社会と文化について深く理解できるようになりたいと思っています。
ประโยคนี้มีหลายปัญหามาก ก่อนอื่นคำว่า あげられる เราใช้ผิด ที่เข้าใจ (ไปเอง) ตั้งแต่ต้น คือยกตัวอย่างชื่อ Course ขึ้นมาเลยใช้ あげられる แต่อ.ไม่เข้าใจ
อีกปัญหาคือ ประโยคนี้เราก็เชื่อมประโยคไม่รู้เรื่องอีก เพราะตอนแรกประธานเป็นพวกชื่อวิชา แต่ครึ่งหลังกลับบอกว่าคาดหวังว่าจะเข้าใจเรื่องพวกนี้ให้ลึกซึ้งมากขึ้น เพราะฉะนั้นประธานก็คือตัวเรา แต่เราดันจับมาเชื่อมกันแต่ประธานดันเป็นคนละตัว ก็เลยออกมาไม่รู้เรื่องกันไปหมดว่าใครทำอะไร
อีกปัญหาก็คือการใช้ 期待します อ.บอกว่าฟังดู えらそう เลยแก้มาให้เป็นอย่างที่เห็น อันนี้ที่ผิดก็บอกได้เลยว่าไม่รู้จริงๆ โอเคที่คิดคือภาษาอาจจะแข็งไป แต่ที่ตัวเองคิดก็คือไม่รู้สึกเลยว่า えらそう เพราะเราเป็นคนคาดหวัง เป็นเรื่องของเรา เกี่ยวกับเรา เราทำ Verb นี้เอง แล้วจะฟังดูเรายิ่งใหญ่อะไรขนาดนั้นได้ยังไง? แต่คิดว่าเราอาจจะไม่เข้าใจ Nuance ของคำนี้ในภาษาญี่ปุ่นมากกว่าเลยกลายเป็นว่าฟังดูไม่ดีไป
- 貴大学の留学生センターで地域社会の発展するような活動も行っているので、ボランティア活動をやってみたいと思います。→ 貴大学の留学生センターで地域社会の発展のための活動も行われているようなので、ボランティア活動をやってみたいと思います。
เรื่องนี้ก็ปัญหาเดิม คือใช้ Verb ไม่สัมพันธ์กับประธาน ประโยคแรกพูดถึงว่าที่ 留学生センター มีการจัดกิจกรรมอาสาสมัคร เราเลยอยากไปสมัคร ในประโยคแรกเราไปใช้ 行っている ทั้งที่จริงๆแล้วเราไม่ได้เป็นคนจัดกิจกรรมนี้
- 多異文化コミュニケーションで他の留学生の観点をお互いに交流する機会を得られます。→多異文化コミュニケーションで他の留学生からの観点を聞いてお互いにそれぞれの情報を交流する機会を得られるだろうと思います。
ประโยคนี้แต่งขาดหลายจุด ได้ฟังมุมมองจากนักเรียนต่างชาติคนอื่น และมีโอกาสแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ตอนแรกไม่ได้ใส่คำว่าข้อมูลเข้าไปเพราะคิดว่าถ้าแค่พูดว่า แลกเปลี่ยนมุมมองกันก็น่าจะพอ
อีกเรื่องก็ 得られます ประโยคฟังดูแข็งเกินไป อ.เลยแก้ให้เป็น 得られるだろうと思います。
ส่วนพวกที่ผิดปลีกย่อยอื่นๆก็อย่างเช่น
- สำนวน ~と思うようになりました
พยายามจะใช้เลียนแบบจากที่อาจารย์สอน แต่ดันมาใส่ในประโยคผิด เพราะว่าประโยคที่เราใช้ไม่ได้แสดงถึงความเปลี่ยนแปลง สรุปส่วนที่ควรจะต้องใส่ดันไม่ใส่ แต่ส่วนที่ไม่ต้องใส่ดันใส่มา
- คำช่วย
日本へ旅行に行ったことがきっかけで、… หรือ 日本に旅行に行ったことがきっかけで、…
- การเว้นย่อหน้า
เวลาพิมพ์เราเว้นเข้ามามากเกินไป จริงๆเวลาพิมพ์ภาษาญี่ปุ่นให้เว้นเข้ามาแค่นิดเดียว 1 ตัวอักษรก็พอ
แต่ก็รู้สึกได้ความรู้จากงาน 志望理由書 หลายอย่างเลยนะ ผิดพลาดมากก็จริง แต่ก็ทำให้ได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างมากขึ้นเช่นกัน
อืม เหมือนจำได้ว่าอาจารย์เน้นเรื่องมุมมองของประธานเหมือนกัน คือทั้งประโยคต้องใช้เวิร์บให้สอดคล้องกับประธานของประโยค เวลาใช้เต็นแต่ละครั้ง หรือเวลาจบประโยคก็ลองหันไปมองประธานอีกที ก็จะช่วยนะพี่ว่า
การรู้ข้อบกพร่องของตัวเองเป็นเรื่องดี อย่าเพิ่งท้อ ค่อยๆ แก้ปัญหาไปทีละจุด เราไม่จำเป็นต้องเก่งอย่างรวดเร็วก้ได้ ค่อยเป็นค่อยไปตามแบบของเราเอง
อย่างพี่ก้จะมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้ภาษาญี่ปุ่นแต่ละอย่าง เป็นคำบ้าง สำนวนบ้างไรงี้ ก็จะคิดว่ามันใช้อะไรยังไงนะอย่างเงี้ย แล้วก็จะพยายามสังเกตการใช้ภาษาของเพื่อนและก็ใช้เองด้วยจนใช้ได้ถูก
สู้ๆต่อไปจ้า